Friday, March 27, 2026
Latest:
ประชาสัมพันธ์

FETC International (Thailand) ผู้นำระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ นำร่องลดการใช้พลังงาน ช่วยลดการปล่อยมลพิษในพื้นที่เมือง

ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้ไม้กั้นของประเทศไทย มีส่วนช่วยให้ผู้ใช้ทางสามารถเดินทางผ่านทางด่วนได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดรถหน้าด่าน ส่งผลให้การจราจรมีความคล่องตัวมากขึ้น ลดการใช้พลังงาน และช่วยลดการปล่อยมลพิษในพื้นที่เมือง

หัวใจสำคัญของ “การเชื่อมโยง” (Connectivity) ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงในกรุงเทพฯ แต่ขยายการเชื่อมต่อออกไปสู่ภูมิภาคอย่างเป็นระบบ ตัวอย่างเช่น มอเตอร์เวย์สาย 7 (กรุงเทพฯ – บ้านฉาง), สาย 9 ตะวันออก (บางปะอิน – บางพลี), สาย 6 (บางปะอิน–นครราชสีมา) และ สาย 81 (บางใหญ่–กาญจนบุรี) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับการเดินทาง การขนส่ง และการท่องเที่ยวของไทยอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อโครงข่ายคมนาคมสามารถเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว รวมถึงการขยายทางด่วนในเขตเมืองที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่อย่าง “Double Deck” หรือทางด่วนสองชั้น ซึ่งถือเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานภายใต้พื้นที่จำกัด และช่วยลด “ต้นทุนค่าเสียเวลา” (Time Cost) ให้กับผู้ใช้ทางได้อย่างมีนัยสำคัญ 

ด้วยประสบการณ์ด้านระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ Multi-Lane Free Flow หรือ M-Flow บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 (บางใหญ่ – กาญจนบุรี) บริษัท เอฟอีทีซี อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด เชื่อว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาระบบทางด่วนอัจฉริยะของประเทศไทย โดยช่วยให้ผู้ใช้ทางสามารถเดินทางผ่านทางด่วนได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดรถหน้าด่าน ส่งผลให้การจราจรมีความคล่องตัวมากขึ้น ลดการใช้พลังงาน และช่วยลดการปล่อยมลพิษในพื้นที่เมือง

จากการนำเทคโนโลยีอย่างเช่น AI-ALPR ระบบตรวจจับป้ายทะเบียน, AI-AVC ระบบตรวจจับและจำแนกประเภทยานพาหนะอัตโนมัติ, และ AIoT (Artificial Intelligence of Things) มาใช้ในการบริหารจัดการระบบจัดเก็บค่าผ่านทางถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บค่าผ่านทางได้อย่างถูกต้อง และสนับสนุนการพัฒนาระบบคมนาคมอัจฉริยะให้มีความปลอดภัยและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

บริษัท เอฟอีทีซี อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ FETC International (Thailand) Co., Ltd. มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศไทย ควบคู่ไปกับการส่งเสริม การพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ในขณะเดียวกันบริษัทแม่อย่าง บริษัท ฟาร์ อีส เทิร์น อิเล็กทรอนิกส์ โทลล์ คอลเลคชั่น จำกัด หรือ FETC ได้ดำเนินการสอดคล้องกับแผนงานด้านความยั่งยืนในไต้หวัน โดยมีการสำรวจและตรวจสอบปริมาณก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas: GHG) จากบริการระบบจัดเก็บค่านทางแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Toll Collection: ETC) และบริการที่จอดรถอัจฉริยะ บริษัทฯ มีการประมวลผลธุรกรรมไปแล้วกว่า 64 พันล้านรายการ ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 2.64 ล้านตัน ประหยัดเชื้อเพลิงได้ 1.1 พันล้านลิตร และลดปริมาณขยะกระดาษจำนวนมหาศาล

นอกเหนือจากบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา บริษัท เอฟอีทีซี อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด นำโดย นาย เคนนี่ เฉิน กรรมการผู้จัดการบริษัท พร้อมด้วยพนักงาน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมบริจาคสิ่งของจำเป็นและเงินสนับสนุนให้แก่ มูลนิธิอนุเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี เพื่อช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตและโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กหญิงกว่า 350 คน ที่อยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิ

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความตั้งใจของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมุ่งหวังไม่เพียงช่วยสนับสนุนความเป็นอยู่ของเด็ก ๆ ในปัจจุบัน แต่ยังต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง ให้ได้มองเห็นโอกาสในการพัฒนาตนเองในอนาคต รวมถึงในด้าน เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมยุคใหม่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *